สรุปเทคนิคการเล่าเรื่องจากหนังสือ How to Listen โดย Oscar Trimboli

แบ่งปันเพื่อนๆ หรือ แชร์เก็บไว้ดูเอง

How to Listen หนังสือที่เขียนโดย Oscar Trimboli เป็นหนังสือที่เจาะประเด็นเกี่ยวกับการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เน้นแค่การฟังในรูปแบบพื้นฐาน แต่ยังเน้นไปที่การฟังอย่างลึกซึ้งและมีการใส่ใจจริง โดยเชื่อมโยงกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตส่วนตัวและในที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้เรียนรู้การฟังในหลายระดับ และฝึกวิธีการฟังเพื่อสร้างความเข้าใจที่แท้จริง

จุดเด่นและสิ่งที่แตกต่างจากหนังสือทั่วไป

จุดเด่นของ How to Listen คือการเจาะลึกการฟังในระดับที่สูงกว่าแค่การได้ยินเสียง มันแสดงให้เห็นว่า “การฟัง” จริง ๆ นั้นต้องใช้ทักษะและการฝึกฝน ไม่เพียงแค่การได้ยินคำพูดจากคนอื่น หนังสือเล่มนี้ช่วยให้ผู้คนเข้าใจวิธีฟังในลักษณะที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง และมอบคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง

หนังสือเล่มนี้แก้ปัญหาอะไร

หนังสือเล่มนี้ช่วยแก้ปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาดจากการฟังที่ไม่เข้าใจหรือฟังไม่ครบถ้วน การฟังอย่างไม่ตั้งใจ การขาดความสนใจในสิ่งที่คนอื่นพูดหรือการไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน

หนังสือเล่มนี้แก้ปัญหาให้กับใคร

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการฟัง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร, โค้ช, นักเขียน, หรือแม้แต่คนที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในชีวิตส่วนตัว สำหรับผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้สามารถช่วยเพิ่มความเข้าใจและลดความขัดแย้งในการทำงาน

เนื้อหาและแนวคิดจากหนังสือ

1. Listening is More Than Hearing

ในบทนี้ Trimboli ชี้ให้เห็นว่า การฟังที่แท้จริงต้องใช้ความตั้งใจ ไม่เพียงแค่การได้ยินเสียง แต่ต้องมีการตั้งใจรับข้อมูลจากผู้พูด และเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาต้องการสื่อ นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้การให้ความสำคัญกับทั้งคำพูดและความรู้สึกของผู้พูด

2. The Four Listening Mistakes

ในบทนี้กล่าวถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในการฟัง เช่น การขัดจังหวะผู้อื่น การหลุดจากความคิด หรือการพยายามแสดงความฉลาดเกินไป แทนที่จะตั้งใจฟัง ผู้เขียนจึงได้เสนอวิธีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อทำให้การฟังมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. The Five Levels of Listening

Trimboli แบ่งการฟังออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่การฟังอย่างผิวเผิน จนถึงการฟังที่มีความเข้าใจลึกซึ้ง โดยเป้าหมายคือการพัฒนาการฟังจากระดับพื้นฐานไปสู่การฟังที่สามารถเข้าใจผู้พูดและเชื่อมโยงอารมณ์ของพวกเขาได้

4. The Power of Silence

บทนี้เน้นความสำคัญของการใช้ความเงียบในการฟัง การเงียบเป็นช่วงเวลาที่สามารถให้โอกาสในการประมวลผลข้อมูลและทำให้เกิดการเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น บทนี้สอนให้เรารู้จักที่จะปล่อยให้เกิดความเงียบเพื่อให้มีพื้นที่ในการรับรู้และตอบสนองที่ดีขึ้น

Oscar Trimboli

5. Empathetic Listening

บทนี้จะเล่าถึงความสำคัญของ “การฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ” โดยใช้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวันและสถานการณ์ในที่ทำงาน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้อย่างไร การฟังประเภทนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้น แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีความหมายและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การเล่าเรื่องในบทนี้จะเกี่ยวข้องกับตัวอย่างที่ผู้อ่านสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนเอง เช่น การสนทนาระหว่างผู้บริหารกับทีมงานที่ผู้บริหารแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในความคิดเห็นและความรู้สึกของทีมงาน การฟังแบบนี้ทำให้เกิดความไว้วางใจและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

6. The Role of Curiosity

บทนี้กล่าวถึงการใช้ความสงสัยในการฟัง โดยการถามคำถามที่เปิดกว้างและตั้งใจฟังเพื่อเข้าใจความคิดเห็นของผู้อื่น การตั้งคำถามที่ดีช่วยให้เราเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้มากขึ้นและเป็นการส่งเสริมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

7. Practice Makes Perfect

ทักษะการฟังต้องการการฝึกฝน เช่นเดียวกับทักษะอื่น ๆ การฝึกฟังในทุก ๆ วันจะช่วยให้เราพัฒนาความสามารถในการฟังได้ดีขึ้นและสามารถปรับการฟังให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

การเล่าเรื่องในหนังสือ How to Listen ของ Oscar Trimboli ใช้แนวทางที่เน้นการใช้ตัวอย่างและประสบการณ์จริงเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ซึ่งการเล่าเรื่องจะผสมผสานระหว่างข้อคิดเชิงทฤษฎีกับเทคนิคที่สามารถปฏิบัติได้ในแต่ละสถานการณ์ การเล่าเรื่องจะแบ่งเป็นแต่ละบทโดยใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง นี่คือวิธีการเล่าเรื่องในแต่ละบทอย่างละเอียด

1. Listening is More Than Hearing

ในบทนี้ Trimboli ใช้การอธิบายในเชิงเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่า การฟังนั้นไม่ใช่แค่การได้ยินเสียง การเล่าเรื่องจะแสดงให้เห็นถึงการฟังในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การฟังในระดับพื้นฐานที่แค่ได้ยินคำพูด โดยใช้ตัวอย่างของการพูดคุยระหว่างคนที่มีความสัมพันธ์ที่ยากลำบาก ซึ่งมักจะทำให้การฟังเป็นไปในรูปแบบที่ไม่ลึกซึ้ง

ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน หรือในชีวิตส่วนตัว ซึ่งมีการพูดถึงคนที่ฟังเพียงเพื่อรอคอยที่จะพูดต่อไป หรือฟังเพื่อที่จะหาจังหวะที่จะพูดสิ่งที่ตัวเองคิด ทั้งนี้ การเล่าเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างระหว่างการ “ได้ยิน” และ “ฟังจริงๆ” โดยใช้ตัวอย่างเช่น การสนทนาที่คนหนึ่งพูดบางสิ่งออกมาแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ หรือมีการตัดบทพูดไปในขณะที่คนอื่นยังพูดไม่จบ

2. The Four Listening Mistakes

ในบทนี้ Trimboli เล่าถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยในการฟัง ซึ่งผู้เขียนใช้เทคนิคการเล่าด้วยวิธีการสร้างสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจและรับรู้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นได้ ตัวอย่างเช่น การขัดจังหวะการพูดของผู้อื่น หรือการหลุดจากความคิดขณะพูดคุย

การเล่าเรื่องในบทนี้จะเริ่มจากการเล่าถึงเหตุการณ์ทั่วไปในที่ทำงานหรือในชีวิตประจำวันที่ทุกคนมักจะเจอ บางครั้งเราอาจฟังเพื่อให้คำแนะนำหรือแสดงความคิดเห็นโดยไม่ตั้งใจฟังจริง ๆ ซึ่ง Trimboli ใช้การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านคิดถึงตัวเองว่าเคยทำข้อผิดพลาดเหล่านั้นบ้างหรือไม่ และเสนอทางแก้ไขในรูปแบบของการฟังอย่างมีสติและตั้งใจ

3. The Five Levels of Listening

บทนี้ใช้เทคนิคการแบ่งระดับของการฟังเพื่อให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างระหว่างการฟังที่มีความลึกและการฟังที่ผิวเผิน โดยผู้เขียนเล่าผ่านการเปรียบเทียบและการสร้างภาพในจินตนาการให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการฟังในระดับที่ลึกกว่าปกติ

การเล่าเรื่องจะใช้สถานการณ์ที่สะท้อนถึงการฟังในหลายระดับ เช่น การฟังในระดับพื้นฐาน (Superficial Listening) ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่คนฟังไม่สนใจหรือฟังแค่เพียงผิวเผิน จากนั้นก็ยกตัวอย่างถึงการฟังในระดับที่ลึกขึ้น เช่น การฟังเพื่อเข้าใจ (Empathetic Listening) ซึ่งเป็นการฟังที่ต้องมีการให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น การเล่าเรื่องนี้จึงมีทั้งการอธิบายทฤษฎีและการเชื่อมโยงไปสู่การใช้เทคนิคในชีวิตจริง

www.oscartrimboli.com

4. The Power of Silence

บทนี้ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องผ่านการเน้นความสำคัญของช่วงเวลาที่เงียบ ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่า การเงียบสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการฟังที่มีประสิทธิภาพ การเล่าเรื่องในบทนี้จึงผสมผสานระหว่างเรื่องราวการสนทนาที่เกิดขึ้นและการใช้ความเงียบเป็นช่องทางให้เกิดการสะท้อนและการประมวลผล

การเล่าเรื่องในบทนี้จะเริ่มจากตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนพบเจอ เช่น การสนทนาในที่ประชุมที่บางครั้งคนหนึ่งพูดอย่างละเอียด แต่ไม่มีใครตอบกลับ เพราะแต่ละคนกำลังคิดอยู่ภายใน การเล่าเรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการเงียบ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถประมวลผลข้อมูลที่ได้ยินมาและตอบกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. Empathetic Listening

ในบทนี้ Trimboli ใช้การเล่าเรื่องที่เน้นการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น โดยใช้ตัวอย่างจากชีวิตจริงหรือสถานการณ์ในที่ทำงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการฟังแบบมีความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งเป็นการฟังที่สามารถทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง

การเล่าเรื่องในบทนี้จะเกี่ยวข้องกับตัวอย่างที่ผู้อ่านสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนเอง เช่น การสนทนาระหว่างผู้บริหารกับทีมงานที่ผู้บริหารแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในความคิดเห็นและความรู้สึกของทีมงาน การฟังแบบนี้ทำให้เกิดความไว้วางใจและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

6. The Role of Curiosity

บทนี้ใช้การเล่าเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านเห็นถึงความสำคัญของการใช้ความสงสัยในการฟัง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการถามคำถามที่เปิดกว้างและการเรียนรู้จากผู้อื่น การเล่าเรื่องนี้จะใช้เทคนิคของการตั้งคำถามเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ

การเล่าเรื่องจะเล่าถึงสถานการณ์ที่เรามักจะถูกขัดจังหวะเมื่อคนอื่นพูดหรือเราไม่มีความสนใจในสิ่งที่พูด การเล่าเรื่องนี้ใช้ตัวอย่างเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ผู้พูดกำลังกล่าวถึง และเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และการเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

7. Practice Makes Perfect

บทนี้ใช้การเล่าเรื่องในรูปแบบของการเตือนให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการฝึกฝนในการฟัง ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเล่าเรื่องนี้จะใช้เทคนิคการแบ่งปันประสบการณ์จากชีวิตจริงและเคล็ดลับในการฝึกฝนให้เป็นนิสัย

การเล่าเรื่องจะยกตัวอย่างจากผู้ที่มีทักษะในการฟังที่ยอดเยี่ยมแล้ว เช่น คนที่ฝึกฝนทักษะการฟังในทุก ๆ วันและค่อย ๆ เห็นผลจากการฟังที่มีประสิทธิภาพ การเล่าเรื่องในบทนี้ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า การฟังที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำเพียงครั้งสองครั้ง แต่ต้องฝึกฝนให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

Oscar Trimboli

การเล่าเรื่องในหนังสือ How to Listen ใช้เทคนิคที่ผสมผสานระหว่างการเล่าเรื่องที่เป็นตัวอย่างจากชีวิตจริงและการเชื่อมโยงแนวคิดทางทฤษฎี เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้การเปรียบเทียบ การตั้งคำถาม และการเล่าผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

Oscar Trimboli เป็นนักพูดและที่ปรึกษาด้านการฟัง เขามีประสบการณ์การทำงานกับองค์กรระดับโลกและช่วยให้ทีมงานต่าง ๆ ปรับปรุงทักษะการฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพในที่ทำงานและในชีวิตส่วนตัว เขามีความเชี่ยวชาญในด้านการฟังอย่างลึกซึ้งและเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการฟัง

จากเทคนิคการเล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้ นี่คือคอนเซ็ปท์ที่คุณสามารถนำไปต่อยอดเป็นหลักสูตร หรือหนังสือได้

1. การฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง : การฟังเป็นทักษะที่ช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์ในทีมงานและกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

2. การใช้ความเงียบในการฟัง : การให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเงียบเพื่อให้เกิดการประมวลผลและการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพ

3. การฟังอย่างมีความเข้าอกเข้าใจ : วิธีพัฒนาทักษะการฟังเพื่อเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นอย่างแท้จริง

4. การใช้ความสงสัยเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้ง : การตั้งคำถามที่เปิดกว้างเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจผู้อื่น

5. การฝึกฝนทักษะการฟังเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ในทุกระดับ : การฝึกฝนทักษะนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับใช้ในการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น

— ครูพี่ม้อค สำนักพิมพ์ 7D Book —

ใช้ AI ช่วยเขียนหนังสือ สร้างหลักสูตรสอน
ทำเงินล้านจากประสบการณ์ที่รู้

เวิร์กช็อป 2 วันกับครูพี่ม้อคและทีมผู้เชี่ยวชาญ

ภาพรวมเวิร์กช็อป 2 วันเต็ม

เวิร์กช็อป 2 วันนี้ ครูพี่ม้อคและทีมผู้เชี่ยวชาญจะนำคุณเข้าสู่กระบวนการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในการสร้างหนังสือและหลักสูตรสอนจากประสบการณ์ของคุณเอง โดยออกแบบให้ทุกคนสามารถนำความรู้และทักษะที่มีมาสร้างผลงานที่สร้างรายได้ได้จริง เน้นให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกระบวนการเขียนและสร้างหลักสูตรด้วยตัวเอง พร้อมได้รับผลลัพธ์ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทันที

สิ่งที่คุณจะได้รับ

1. มีหนังสือหรือสร้างหลักสูตรการสอนนับร้อยโปรเจคท์ที่พร้อมใช้งานได้จริง
2. ใช้ AI ในการพัฒนาเนื้อหาที่ทรงพลัง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
3. ต่อยอดความรู้และประสบการณ์ส่วนตัวให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 19-20 ตุลาคม (เสาร์อาทิตย์)
ที่สำนักพิมพ์ 7D Book ลาดพร้าว กทมฯ

ทักในช่องความคิดเห็นหรือในอินบ็อกซ์ตอนนี้

แบ่งปันเพื่อนๆ หรือ แชร์เก็บไว้ดูเอง

Leave a Reply